เทศกาลสักยันต์

มีนาคม 19, 2020 0 By admin

เทศกาลสักยันต์

 

เทศกาลสักยันต์

 

เทสกาลการสักยันต์ (Sak Yant)’ เป็นการสักที่ต่างจากการสักทั่วไปที่มุ่งเน้นเรื่องความสวยงามหรือเพื่องานศิลปะ แต่การสักยันต์มีจุดประสงค์หลักในเรื่องของความเชื่อทางไสยศาสตร์ เช่น จะทำให้มีโชค แคล้วคลาด ปลอดภัย อยู่ยงคงกระพัน และพ้นจากอันตรายต่าง ๆ โดยมีความเชื่อว่า รูปแบบลายสักหรือยันต์แต่ละชนิดจะให้คุณที่ต่างกัน

 และผู้ที่ได้รับการสักยันต์จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่แต่ละสำนักกำหนดไว้ เช่น ห้ามด่าบิดามารดา ห้ามลบหลู่ครูอาจารย์ เป็นต้น

การสัก คือ การเอาเหล็กแหลมแทงลงด้วยวิธี การหรือเพื่อประโยชน์ต่าง ๆ กัน ใช้เหล็กแหลมจุ้มหมึกหรือน้ำมันแทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระ เครื่องหมายหรือลวดลาย ถ้าใช้หมึกเรียกว่าสักหมึก ถ้าใช้น้ำมันเรียกว่าสักน้ำมัน ส่วนคำว่า “ยันต์” ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวว่า ยันต์คือตารางหรือลายเส้นเป็นตัวเลข

อักขระหรือรูปภาพที่เขียน สัก หรือแกะสลักลงบนแผ่นผ้า ผิวหนัง ไม้ โลหะ เป็นต้น ถือว่าเป็นของขลัง เช่น ยันต์ตรีนิสิงเห ยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ เรียกเสื้อหรือผ้าเป็นต้นที่มีลวดลายเช่นนั้นว่า เสื้อยันต์ ผ้ายันต์ เรียกกิริยาที่ทำเช่นนั้นว่า ลงเลข ลงยันต์

การสักยันต์มีมาก่อนอาณาจักรสุโขทัย โดยต้นแบบน่าจะมาจากขอมในขณะที่ขอมยังครอบครองดินแดนสุวรรณภูมิเมื่อประมาณ 1,400 ปีที่แล้ว เพราะอักขระและลวดลายที่ใช้สักกันนั้นเป็นแบบอักษรขอม และใช้ภาษาบาลีเป็นส่วนใหญ่

ส่วนในประเทศไทยการสักสืบทอดกันมาแต่โบราณ ในอดีตข้าราชการของไทยจะทำตำหนิที่ข้อมือคนในบังคับซึ่งเป็นหน้าที่ของแผนกทะเบียนเป็นผู้บันทึกและรวบรวมสถิติชาย สันนิษฐานว่า การทำเครื่องหมายลงบนร่างกายนี้อาจมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

แม้ว่าการสักยันต์ในประเทศไทยจะมีมาแต่โบราณ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนนัก จะมีก็แต่หลักฐานที่ปรากฏในวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” และวรรณกรรมอื่น ๆ โดยเชื่อมโยงกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ ทำให้แคล้วคลาดต่ออันตรายต่าง ๆ เป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้จิตใจมีความมั่นคง ซึ่งการสักยันต์เพื่อหวังผลทางไสยศาสตร์จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ เพื่อผลทางเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี

ในประเทศไทยนั้นมีวัดมากมายที่สามารถเดินทางไปเข้าพิธีเพื่อสักยันต์อันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ว่าพระสงฆ์ที่วัดใดก็ได้ที่จะสามารถทำการลงอักขระให้ได้
พระสงฆ์ผู้ที่ลงอักขระหรือสักให้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างชำนาญการแล้วจึงจะสามารถสักยันต์ให้ได้

 

เทศกาลสักยันต์

 

เนื่องจากไม่ใช่เพียงแค่ศิลปะในการสักเท่านั้นในระหว่างสักจะต้องมีการสวดมนต์หรือท่องคาถาไปด้วยพร้อมๆกัน

หรือเรียกง่ายก็คือ มือสักยันต์ไปปากก็ท่องมนต์ไปด้วยพร้อมๆกันและหมึกที่ใช่ในการสักนั้นเป็นเป็นหมึกที่เป็นผสมขึ้นมาพิเศษรู้เฉพาะพระอาจารย์ที่สืบทอดมารุ่นต่อเท่านั้น
ในส่วนนี้เราจะแจ้งให้ทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ของการสักยันต์ สิ่งที่น่าสนใจคือประวัติความเป็นมาของการสักยันต์ แต่ก็ยังมีวิธีต่างๆที่แตกต่างกันไปในการสักยันต์
ท่านสามารถอ่านและศึกษาเกี่ยวเวทย์มนต์ที่ใช้เกี่ยวกับการสักยันต์นั้น มีทั้งสีขาวและสีดำ

หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ มีทั้งเวทมนตร์ที่ดีและไม่ดีที่สามารถใช้ในการสักยันต์
พระสงฆ์และอาจารย์(ผู้ชำนาญการสักยันต์แต่ไม่ใช่พระ)จะใช่วิธีปฏิบัติหรือการใช่บทสวดที่แตกต่างกัน

ศิลปะการสักยันต์ในเอเชียเป็นต้นกำเนิดมากจากประเทศกัมพูชา โดยการสักยันต์นั้นได้ริเริ่มมากจากเมืองโบราณที่ชื่อว่า

นครวัดและคงอยู่มานานมากกว่า 1000 ปีแล้ว
สัญลักษณ์ที่ใช่เขียนหรือสักยันต์จะเป็นภาษาขอมโบราณและภาษาบาลีพุทธพระคัมภีร์ที่ได้รับการรับรองแล้ว
ตัวอักษรที่ใช้ในการสักนั้นจะมีความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เรียกว่า อักษระหรืออักษรา

ยันต์ (เป็นคำที่ใช้เรียกรอยสักยันต์)มีต้นกำเนิดมาจากศาสนาฮินดูและถูกประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องและผสมผสานกับเวทมนตร์หรือไสยศาสตร์
เพื่อนำไปใช้เป็นตัวแทนของพระเจ้าและสืบทอดมามากกว่า 1000ปี รูปแบบของการสักยันต์ส่วนมากมักจะใช้เป็นรูปทรงเลขาคณิต ซึ่งจะเป็นแกนสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย
การสักยันต์จะปราศจากส่วนประกอบ3อย่างที่แตกต่างกันไม่ได้ คือ ยันตรา ตัวหนังสือภาษาบาลี และ เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องหรือเรียกง่ายๆคือคาถาที่พระอาจารย์ใช้ท่องเวลาลงอักขระ

การสักยันต์เป็นที่นิยมมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกัมพูชา ประเทศไทย และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ประเทศที่กล่าวมากข้างต้นนั้นรวมถึงประเทศไทยด้วยจะมีประเพณีเกี่ยวกับการสักยันต์ การสักหลักด้วยวัตถุประสงค์หลักคือ การต่อสู้ การรบและเพื่อการป้องกันตนเอง
แต่สมัยก่อนผู้หญิงส่วนน้อยมากจะมีรอยสัก ในสมัยก่อนนั้นนักรบจะมีรอยสักและข้อความที่ไม่สามารถมองเห็นได้ที่หน้าอก

หลัง และแขน
ยันต์ที่สักนั้นจะช่วยเพิ่มกำลังให้แข็งแกร่งขึ้นและอดทน อีกทั้งยังช่วยป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ อีกทั้งความพ่ายแพ้หรือเสียชีวิต

ถึงแม้ว่าตัวท่านเองจะไม่เชื่อในความมหัศจรรย์ของเวทมนต์ ถ้าอย่างนั้นลองให้ท่านจิตนาการ “ท่านกำลังนั่งอยู่กับนักรบ 100 คน

ในเต็นท์ พระสงฆ์ผู้ที่เป็นสาวกของศาสนาพุทธเดินทางมาเพื่อที่จะทำพิธีสักยันต์ให้แก่ท่าน
สักอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้ท่านมีความแข็งแกร่งและความอดทนในขณะเดียวกัน การสักยันต์เป็นขั้นตอนที่เจ็บปวดพอสมควรแต่ถ้าตัวท่านเป็นนักรบท่านจะสามารถกำจัดความเจ็บนั้นได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่พระสงฆ์ทำการสักยันต์ทำการสักยันต์นั้นจะมีการสวดมนต์ตลอดเวลาเพื่อเป็นการเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่รอยสัก
หลังจากการสักและสวดมนต์เสร็จสิ้นลงสิ่งที่ท่านจะได้รับกลับมาคือยันต์ที่ศักดิ์สิทธิ์และก็เปรียบเสมือนการได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนออกไปรบ
ถึงแม้ว่าสิ่งนี้ในความคิดของคุณคือ นั้นไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นักรบคือผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้วโดยธรรมชาติ

 

เทศกาลสักยันต์

 

เนื่องจากพวกเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ก่อนออกทำสงครามพวกเขาได้มีแรงจูงใจและพละกำลังเพื่อออกรบ
สิ่งนั้นแหละที่พวกได้รับจากรอยสักยันต์ที่ศักดิ์สิทธิ์ คือพลังกำลัง แรงจูงใจ และที่พึ่งทางจิตใจและร่างกายในการสู้รบ

ยันต์ยอดนิยมหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ แม้ว่า”พระอุดมประชานาถ” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่นํ้านครชัยศรี จะมรณภาพไปแล้ว ๖ ปี (๓๐มิถุนายน ๒๕๔๕) แต่ สำนักสักยันต์วัดบางพระ ยังเป็นที่กล่าวขานของผู้ศรัทธาหลวงพ่อเปิ่น และงานหนึ่งอันเป็นที่รอคอยของเหล่าบรรดาลูกศิษย์คือ

“วันไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่น” ซึ่งถือว่า”เป็นการวัดพลังศรัทธา วันชุมนุมศิษย์หลวงพ่อเปิ่นจากทั่วสารทิศ” โดยในปีนี้จัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๑ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๔

สำนักสักยันต์วัดบางพระ พระลูกศิษย์ของหลวงพ่อเปิ่นยังคงสืบทอดการสักยันต์ตามตำราไว้อย่างสมบูรณ์ มีอยู่ด้วยกัน ๕ รูป ซึ่งแต่ละรูปมีคำกล่าวขานของผู้สักยันต์กันไป คือ พระอาจารย์ประดิษฐ์กตปุญฺโญ หรือ อาจารย์แป้วน่าจะได้รับความนิยมจากลูกศิษย์มากสุดด้วยเหตุที่เริ่มสักยันต์ก่อนใคร แต่ถ้าต้องการลายยันต์ที่เรียกว่าสักสวยเส้นคมชัดลึกเป็นระเบียบเรียบร้อยต้องสักกับ

พระอาจารย์อนันต์อภินนฺโท หรือหลวงพี่นันต์ สำหรับผู้ที่เน้นพุทธคุณด้านเมตตามหานิย ค้าขาย และไม่ต้องการให้ใครเห็นลวยลายยันต์ ต้องสักกับ

พระอาจารย์ติ่งสนฺตจิตฺโต หรือหลวงพี่ติ่งเพราะท่านจะสักด้วยน้ำมันอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนผู้ที่เน้นพุทธคุณแนวแคล้วคลาดปลอดภัยนั้นต้องสักกับ

พระอาจารย์ประสิทธิ์ธมฺมโชโต หรือหลวงพี่ต้อยหลานแท้ๆของหลวงพ่อเปิ่น ในขณะที่ พระอาจารย์อภิญญาคนุตฺตโม หรือหลวงพี่ญาก็ขึ้นชื่อว่ายันต์ที่สักแต่ละตัวเข้มขลัง มีพุทธคุณครอบจักราวาล

จำนวนลูกศิษย์ที่มาสักยันต์เพิ่มขึ้น มีเหตุปัจจัยหลายอย่าง อาทิ คนในสังคมปัจจุบันขาดกำลังใจ และเชื่อว่า อักขระเลขยันต์ของหลวงพ่อเปิ่น

สามารถช่วยบรรเทาทุกข์ได้ รวมทั้งการเสนอข่าวของสื่อมวลชน คำเล่าขานของคนรุ่นก่อนๆ และการคมนาคมที่สะดวกขึ้น บางวันมีคนมาตั้งแต่ ๖ โมงเช้า

สักยันต์ไปจนถึงมืดค่ำก็มี ถ้าเป็นวันเสาร์วันอาทิตย์ อาจจะเป็นร้อยคน เหตุที่คนสักมากขึ้น สภาพสังคมขาดที่พึ่งทางใจ สักแล้วจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเมตตามหานิยม คุ้มครองให้เกิดความปลอดภัย ค่าครู ๒๕ บาท ดอกไม้ธูปเทียน

ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ส่วนนอกเหนือจากนี้ขึ้นอยูกับศรัทธา” นี่คือความเห็นของหลวงพี่ญาสำหรับยันต์ยอดนิยมนั้นหลวงพี่ญา บอกว่า คนนิยมการสักยันต์

เพราะบารมีของหลวงพ่อเปิ่นที่สะสมชื่อเสียงมาตลอด แม้ท่านจะมรณภาพมาแล้ว ๖ ปี ลูกศิษย์ยังเหนียวแน่นอยู่ ยันต์ที่ได้รับความนิยม เป็นทั้งยันต์ที่ขึ้นชื่อด้านเมตตามหานิยม

และคงกระพันชาตรี โดยเฉพาะ ยันต์ครูของสำนักวัดบางพระ คือ ยันต์เก้ายอด แปดทิศ ยันต์งบน้ำอ้อย ยันต์เกาะเพชร ยันต์พุดซ้อน ส่วนรูปสัตว์นั้น เสือเผ่น ถือว่าได้ความนิยมสูงสุด ที่รองลงมาคือ หนุมานออกศึก ยันต์หนุมานอมเมือง