ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ

กุมภาพันธ์ 14, 2020 0 By admin

 ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ

 

 

ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ

 

 

ความเป็นมา/ความสำคัญ

    ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ นั้น ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป” และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน จังหวัดสุโขทัย กรมศิลปากร และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงร่วมกันจัดงานประเพณี ลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 เพื่อเป็นการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ประเพณีลอยกระทงและส่งเสริมการเดินทางท่อง เที่ยวจังหวัดสุโขทัย โดยให้ชื่องานตามคำในศิลาจารึกว่า “งานเผาเทียน เล่นไฟ” จุดเน้นที่สำคัญของงานนี้ คือ การฟื้นฟูประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ พลุ ตะไล ไฟพะเนียง ดอกไม้ไฟชนิดต่างๆ จังหวัดสุโขทัย โดยกำหนดจัดขึ้นทุกปี ในวันเพ็ญเดือน 12 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12) หรือประมาณเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ประเพณีลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ งานประเพณีลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จัดขึ้นในวันเพ็ญ เดือนสิบสองของทุกปี ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นในระดับประเทศ เป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม พบกับบรรยากาศย้อนยุค 700 ปี พบเห็นวิถีชีวิตของความเป็นไทย มีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
1. พิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข
2. การแสดงแสงและเสียง ณ วัดมหาธาตุ
3. การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน /หมู่บ้านวิถีไทย
4. กิจกรรมลานเทศน์ ลานธรรม ณ บริเวณดงตาล
5. กิจกรรมประกวดกระทงใหญ่ กระทงเล็ก และจัดแห่ขบวนนางนพมาศ
6. การประกวดนางนพมาศ

 

ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ

 

ชาติไทยมีประเพณีอันดีงามตกทอดสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณกาล ตามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ระบุว่า ในสมัยสุโขทัยมีประเพณีที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ ประเพณีทางด้านศาสนา ชาวสุโขทัยเป็นพุทธมามกะที่มีศรัทธาและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ชาวสุโขทัย นับแต่พระมหากษัตริย์จนถึงชาวบ้านทั่วไปจะไปวัดทำบุญทำทานรักษาศีลอย่างเคร่งครัด ไปฟังพระธรรมเทศนาที่กลางดงตาลในเมืองสุโขทัย เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษาในเดือน 8 ชาวสุโขทัยมีการถือศีล ทำบุญ ทำทาน กุลบุตรที่มีอายุพอสมควรก็ออกบวชเป็นภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาชั่วระยะเวลาเข้าพรรษาตามประเพณีนิยม และเมื่อถึงเทศกาลออกพรรษาในเดือน 11 ก็มีการ ทอดกฐินถวายปัจจัย เช่น ถวายพนมเบี้ย พนมหมาก พนมดอกไม้ ถวายหมอนนั่ง หมอนนอน เป็นต้น การทอดกฐินนี้กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาเดือนหนึ่ง ในเทศกาลออกพรรษาก็มีการละเล่นต่างๆ เช่น เล่นดอกไม้ไฟ หกคะเมน ไต่ลอดบ่วง รำแพน เล่นดนตรี ขับร้อง เต้นระบำรำฟ้อน เครื่องดนตรีในสมัยนั้นมี ฆ้องวง กลองประเภทต่างๆ อาทิ กลองมโหระทึก แตร สังข์ ระฆัง กังสดาล ฉิ่งฉาบ บัณเฑาะว์ พิณ และซอ เป็นต้น

 

ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ

 

ชาวสุโขทัยนั้น นอกจากนับถือศาสนาพุทธแล้ว ยังนับถือศาสนาพราหมณ์ด้วย เพราะในสมัยนั้นมีทั้งวัดวาอาราม โบสถ์วิหาร และเทวสถานอยู่ทั้งในเมืองและนอกเมือง เมื่อผู้ใดต้องการประกอบพิธีมงคลพิธีใดพิธีหนึ่ง มักประกอบพิธีทั้งทางพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ คือมีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระปริตร และเชิญพราหมณ์มาอ่านพระเวท
งานประเพณีลอยกระทงของไทยนั้น มีมาแต่โบราณโดยมีคติความเชื่อว่าเป็นการบูชา และขอขมาพระแม่คงคาเป็นการสะเดาะเคราะห์ และบูชาพระผู้เป็นเจ้าในศาสนาพราหมณ์ หรือเป็นการบูชารอยพระบาทเป็นต้น นิยมทำกันในวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกๆ ปี ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำตามแม่น้ำ ลำคลองขึ้นสูง และอากาศเริ่มเย็น