ประเพณี ทอดผ้าป่าโจร

ตุลาคม 25, 2019 0 By admin

ประเพณี ทอดผ้าป่าโจร

 

ประเพณี ทอดผ้าป่าโจร

 

ช่วงเวลา ตลอดปี

การทอดผ้าป่าโจรเชื่อว่าได้บุญกุศลมากกว่าการทำบุญทอดผ้าป่าอันเป็นปกติธรรมดา เพราะได้ถวายเครื่องใช้ที่พระสงฆ์ขาดแคลน

  ความสำคัญ

เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาในพุทธศาสนา ความพร้อมเพรียงในหมู่เครือญาติ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการทำบุญถวายเครื่องใช้จำเป็นสำหรับพระสงฆ์

 พิธีกรรม

ผู้ที่จัดทอดผ้าป่าโจรจะต้องเตรียมผ้าสีขาว ซึ่งมีความยาวหลายหลา สีย้อมกรั๊ก (สีที่ได้จากแกนขนุน) เข็ม ด้าย พร้อมทั้งบริวารผ้าป่าขึ้นอยู่กับความศรัทธาของผู้ทอดผ้าป่าโจร ว่าจะมากหรือน้อยเพียงใด ในการจัดต้องทำกันภายในครอบครัวและญาติพี่น้องที่เคารพนับถือกันเท่านั้น เวลาทำการทอดผ้าป่าจะทำกันเวลาใกล้รุ่งคือก่อนเวลาที่พระจะออกบิณฑบาต โดยการนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จัดเตรียมไว้ทั้งหมดไปไว้ที่ทางสามแพร่ง หรือบริเวณเส้นทางที่พระสงฆ์จะออกบิณฑบาต และปักธูปไว้เป็นระยะ ๆ ตั้งแต่กองผ้าป่าไปยังบริเวณที่พระออกบิณฑบาตจะมองเห็นได้ชัดเจน หากเป็นที่โล่งเตียนก็ไม่ต้องจุดธูปบอกก็ได้ เมื่อพระรูปใดออกบิณฑบาตตอนเช้ามืดเห็นท่านจะเดินไปยังที่วางกองผ้าป่าท่านก็จะทำพิธีชักผ้าป่าพร้อมสวดมนต์ให้พรแก่

เจ้าของกองผ้าป่าก็เป็นอันเสร็จพิธี

  สาระ

เป็นการถวายความอุปถัมป์ผ้าครองและเครื่องใช้ที่จำเป็นแด่พระสงฆ์ โดยไม่เจาะจงว่าเป็นรูปใดรูปหนึ่ง

 

 ประเพณี ทอดผ้าป่าโจร

หมายเหตุ มีการเล่าขานกันว่า ในอดีตพวกโจรสลัดที่อาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆ หรือในป่าชายทะเล ไม่กล้าปรากฏตัวให้พระเห็น เพราะเกรงเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ประชาชนเห็นและจำหน้าได้ แต่มีจิตอันบริสุทธิ์ที่ต้องการสร้างบุญกุศลตาม จึงต้องใช้วิธีทำบุญด้วยการไม่แสดงตัวตนให้ใครเห็น แต่ใช้วิธีจุดธูปเทียน ให้เกิดแสงสว่างข้างวัด เมื่อพระเห็นเกิดสงสัยจึงได้เดินไปดู เมื่อเห็นเป็นผ้าป่าก็จะชักผ้าบังสุกุล แล้วนำมาเป็นของตัวเอง จึงเรียกกันว่า ผ้าป่าโจร ซึ่งในปัจจุบันจะหาดูได้ยากมาก

ที่บ้านสามสามผานต.สองพี่น้องอ.ท่าใหม่มีพิธีทอดผ้าป่าที่แตกต่างไปจากที่อื่นเรียกว่าทอดผ้าป่าโจรพิธีนี้จะกระทำเมื่อใดก็ได้ทั้งในและหน้าชว่งเข้าพรรษาเป็นถวายเครื่องใช้สำหรับภิกษุโดยจะเตียมผ้าขาวย้อมสีกรักเข็มด้าย และบริวารผ้าป่าอันมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆโดยจะจัดทำโดยหมู่ครอบครัวญาติพี่น้องที่นับถือเท่านั้นจากนั้นตอนใก้ลรุ่งจะนำผ้าป่าไปวางตรงทางสามแพร่งที่พระจะออกบิณฑบาตผ่านจุดธูปปักบอกทางเป็นระยะให้พระสามารถมองเห็นที่ตั้งของกองผ้าป่าพระรูปใดพบเห็นกองผ้าป่าก็เป็นสทิธิของพระรูปนั้นทันที

การทอดผ้าป่าโจร เป็นการทอดผ้าป่ารูปแบหนึ่งการทอดผ้าป่าโจรจะกระทำบริเวณทางสามแพร่งหรือบริเวณที่พระออกบิณฑบาต เพื่อถวายเครื่องใช้แก่พระที่ขาดผ้าบังสุกุล ผู้ที่จะทอดผ้าป่าจะต้องเตรียมผ้าขาวย้อมสีกรัก (หมายถึงสีที่ได้จากแก่นขนุนที่เคี่ยวเป็นก้อน เวลาใช้ก็นำไปต้มจะละลายน้ำเป็นสีสำหรับย้อมผ้าได้) เข็ม ด้าย และบริวารของผ้าป่านั้น ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของผู้ที่จะทอดว่าจะมากน้อยก็ได้ ในการจัดต้องทำภายในครอบครัวหรือญาติพี่น้องที่นับถือเท่านั้น เวลาที่ใช้ในการทอดผ้าป่าโจรจะทำกันในวันใกล้รุ่ง คือก่อนที่พระจะออกบิณฑบาตนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จัดเตรียมนั้น ไปวางไว้ที่ทางสามแพร่งหรือที่พระจะผ่านบิณฑบาต และจุดธูปบออกเป็นระยะ (หากเป็นที่โล่งเตียนไม่ต้องจุดธูปบอกก็ได้) พระรูปใดพบเห็น ท่านจะไปยังที่วางกองผ้าป่า และเมื่อพระรูปใดพบกองผ้าป่าก็จะเป็นสิทธิของพระรูปนั้นทันที เดิมเคยมีประเพณีนี้ที่หมู่บ้านสามผาน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ แต่ปัจจุบันไม่มีการสืบทอดแล้ว

สำหรับการทอดผ้าป่าโจร หรือผ้าป่าเรไร มีความเป็นมานับร้อยปีที่ชาวสัตหีบได้ปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบกันไปตามสถานการณ์ของท้องถิ่นที่มีความเปลี่ยนแปลงทางภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม จากเดิมทำในป่า จนในที่สุดต้องนำมาถวายกันบนศาลาการเปรียญของวัด ด้วยการให้พระสงฆ์จับฉลากหมายเลขกองผ้าป่า ที่ประชาชนนำมาถวายพระ ด้วยการนำต้นกล้วย กิ่งมะขามมาทำเป็นต้นไม้เพื่อรักษารูปแบบของผ้าป่าเรไรไว้ จำนวน 99 กอง

พระครูวิบูลธรรมบาล กล่าวว่า ผ้าป่าเรไร หรือผ้าป่าโจร ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานนับร้อยปี ซึ่งในอดีตวัดยังไม่เจริญ มีต้นไม้ มีป่าธรรมชาติอยู่จำนวนมาก วันออกพรรษาจะมีประชาชนนำกองผ้าป่ามาว่างไว้ในป่า ป่าช้า

และบริเวณรอบวัด แล้วจุดธูปเทียนถวายไว้ เมื่อพระองค์ใดเดินไปพบเข้า หรือเห็นแสดงธูปเทียนแล้วเดินไปดู ก็จะไปชักผ้าบังสุกุล นำผ้ากองนั้นมาเป็นสมบัติส่วนตัวโดยไม่ต้องเอาเข้าไปไว้ในส่วนกลางของวัด

มีการเล่าขานกันว่า ในอดีตพวกโจรสลัดที่อาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆ หรือในป่าชายทะเล ไม่กล้าปรากฏตัวให้พระเห็น เพราะเกรงเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ประชาชนเห็นและจำหน้าได้ แต่มีจิตอันบริสุทธิ์ที่ต้องการสร้างบุญกุศลตาม จึงต้องใช้วิธีทำบุญด้วยการไม่แสดงตัวตนให้ใครเห็น แต่ใช้วิธีจุดธูปเทียน ให้เกิดแสงสว่างข้างวัด เมื่อพระเห็นเกิดสงสัยจึงได้เดินไปดู เมื่อเห็นเป็นผ้าป่าก็จะชักผ้าบังสุกุล แล้วนำมาเป็นของตัวเอง จึงเรียกกันว่า ผ้าป่าโจร ซึ่งในปัจจุบันจะหาดูได้ยากมาก

 

ประเพณี ทอดผ้าป่าโจร