ประเพณีปอยส่างลอง(งานบวชลูกแก้ว)

ตุลาคม 1, 2019 0 By admin

ประเพณีปอยส่างลอง(งานบวชลูกแก้ว)

 

ข้อมลู

 

ระยะเวลา ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ระยะเวลา ๓-๗ วัน โดยทั่วไปนิยมจัดงาน ๓ วัน

ข้อมลู

ความสำคัญ

“ปอยส่างลอง” เป็นงานประเพณีบวชลูกแก้วของไทยใหญ่ เป็นการบรรพชาสามเณรให้สืบทอดพระพุทธศาสนา และเพื่อเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า โดยมีความเชื่อว่า ถ้าได้บวชให้ลูกของตนเป็นสามเณรจะได้อานิสงฆ์ ๘ กัลป์ บวชลูกคนอื่นเป็นสามเณรได้อานิสงฆ์ ๔ กัลป์ และหากได้อุปสมบทลูกของตนเป็นพระภิกษุสงฆ์ จะได้อานิสงฆ์ ๑๒ กัลป์ และได้อุปสมบทลูกคนอื่นจะได้อานิสงฆ์ ๘ กัลป์ และเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีที่มีมาดั้งเดิม

พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาของชาวไทใหญ่ ปฏิบัติสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อฤดูแล้งราวเดือนเมษายน หรือเมษายนมาถึง สอดคล้องกับการที่เด็กชายว่างเว้นจากการเรียนหนังสือ การบรรพชาสามเณรจึงเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเรียนรู้พระธรรมคำสอนทางศาสนา และทดแทนบุญคุณของบิดามารดา ซึ่งตลอดระยะเวลาการจัดงานกว่า 3 วัน นับเป็นภาพการรวมตัวของชุมชนที่เข้มแข็ง และถ่ายทอดงานประเพณีได้อย่างลึกซึ้งเด็กชายไทใหญ่เตรียมพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ ก่อนเข้าพิธีเริ่มปลงผม ชำระล้างกายให้สะอาด ประทินเครื่องหอมให้มีกลิ่นหอม สวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส พร้อมด้วยเครื่องประดับ แก้ว แหวน เงิน ทอง แต่งหน้าตาผิวพรรณให้มีความสวยงาม เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ เข้าสู่วันเอาส่างลอง ขบวนลูกแก้วที่เปรียบเสมือนเทวดาองค์น้อยนับร้อย เริ่มแห่ไปรอบเมือง เสียงเครื่องดนตรีบรรเลงก้องกังวานไปตลอดเส้นทาง ชาวไทใหญ่ทั้งหญิงชายสวมชุดพื้นบ้านที่มากด้วยสีสัน ส่วนผู้หญิงบ้างถือข้าวของเครื่องใช้ของลูกแก้ว บ้างใช้คานหามเพื่อช่วยทุ่นแรง ญาติพี่น้องที่เป็นผู้ชายต่างคอยติดตามดูแล ซึ่งตลอด 3 วัน ลูกแก้วจะสวมถุงเท้าสีขาว จะไปไหนก็ห้ามสัมผัสพื้น อีกคนก็คอยถือร่มบังแดด อีกคนคอยดูแลเครื่องประดับไม่ให้ตกหล่นสูญหาย จนเมื่อถึงบ้านของผู้อาวุโสก็รับศีล รับพร ผูกข้อมือปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปเช้าวันรุ่งขึ้น เริ่มต้นพิธีกรรมในวันรับแขก คล้ายคลึงกับวันแรก แต่เพิ่มเติมเครื่องสักการบูชาและถวายจตุปัจจัยถวายพระสงฆ์ พิธีทำขวัญและการสวดคำขวัญ จนมาถึงวันบวช ลูกแก้วเมื่อถึงวันได้ขออนุญาตทำการบรรพชาจากพระผู้ใหญ่ กล่าวคำปฏิญาณอาราธนาศีล และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายมาเป็นผ้าเหลืองบรรพชาเป็นสามเณรครบสมบูรณ์

พิธีกรรม

มี ๒ วิธีคือ แบบที่เรียกว่า ข่ามดิบ และแบบที่เรียกว่า ส่างลอง
๑. แบบข่ามดิบเป็นวิธีการแบบง่าย ๆ คือ พ่อแม่จะนำเด็กไปโกนผมที่วัดหรือที่บ้าน เสร็จแล้วนุ่งขาวห่มขาว เตรียมเครื่องไทยทานอัฐบริขารไปทำพิธีบรรพชาเป็นสามเณรที่วัด พระสงฆ์ประกอบพิธีให้ก็เป็นสามเณร
๒. แบบส่างลอง เป็นวิธีที่จัดงานกันใหญ่โตนิยมกันมากแบ่งวันจัดงานเป็น ๓ วัน คือ
วันแรก เรียกว่า วันรับส่างลองในตอนเช้านำเด็กที่โกนหัวแล้วไปแต่งชุดส่างลอง คล้ายเจ้าชายไทยใหญ่รับศีล นำส่างลองแห่ขอขมาศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน ขอขมาพระสงฆ์ที่วัดและญาติผู้ใหญ่ ผู้ที่เคารพรักใคร่ชอบพอ ตลอดทั้งวันและนำส่างลองกลับไปรับประทานอาหารพักผ่อนที่บ้านเจ้าภาพ
วันที่สอง เป็นวันแห่เครื่องไทยทานทำในตอบเช้ามีขบวนแห่เครื่องไทยทานและส่างลองไปที่วัด เลี้ยงอาหารผู้มาร่วมขบวนแห่ และมีการทำขวัญส่างลอง เลี้ยงอาหารมื้อพิเศษมีอาหาร ๑๒ อย่าง แก่ส่างลองด้วย
วันที่สาม เป็นวันบรรพชาสามเณร ตอนบ่ายแก่แห่ส่างลองไปที่วัดและทำพิธีบรรพชา และอาจมีจุดบั้งไฟเป็นการเฉลิมฉลองด้วย

ข้อมลู

สาระ

๑. ผู้ที่ผ่านการบรรพชาเป็นสามเณรจะได้รับการยกย่องเรียกคำว่า ส่าง นำหน้าชื่อตลอดไป
๒. ผู้ที่ผ่านการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์จะได้รับยกย่องเรียกคำว่า หนาน นำหน้าชื่อตลอดไป
๓. บิดาที่จัดบรรพชาให้ลูกเป็นสามเณร จะได้รับยกย่องเรียกคำว่าพ่อส่าง นำหน้าชื่อตลอดไป
๔. มารดาที่ได้จัดบรรพชาให้ลูกเป็นสามเณรจะได้รับยกย่องเรียกคำว่าแม่ส่าง นำหน้าชื่อตลอดไป
๕. บิดาที่จัดบรรพชาลูกเป็นพระภิกษุจะได้รับยกย่องเรียกคำว่า พ่อจาง นำหน้าชื่อตลอดไป
๖. มารดาที่จัดบรรพชาลูกเป็นพระภิกษุ จะได้รับยกย่องเรียกคำว่า แม่จาง นำหน้าชื่อตลอดไป
๗. การจัดงานปอยส่างลอง เป็นการสืบทองพระพุทธศาสนา และก่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ